สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน ( 2 )

เวสต์บรอมมิช อัลเบียน เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งอิงกลิชฟุตบอลลีก ในปี ค.ศ. 1888 เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ 1 สมัยในฤดูกาล 1919–20 และได้รองแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย รวมถึงเคยคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้ 5 สมัย และฟุตบอลลีก คัพ อีก 1 สมัย ซึ่งการคว้าแชมป์รายการสำคัญครั้งสุดท้ายของสโมสรคือการคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ฤดูกาล 1967–68 ด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันได้ในรอบชิงชนะเลิศ

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน ( 1 )

สโมสรฟุตบอลเวสต์บรอมมิชอัลเบียน (อังกฤษ: West Bromwich Albion Football Club; ตัวย่อ: WBA) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองเวสต์บรอมมิช ในภาคเวสต์มิดแลนด์ ปัจจุบันลงแข่งขันในระดับอีเอฟแอลแชมเปียนชิป ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1878 โดยคนงานจากโรงงานซอลเตอร์สสปริงเวิร์กส ในเวสต์บรอมมิช และใช้สนามเดอะฮอว์ทอนส์เป็นสนามเหย้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ( 4 )

แบล็กเบิร์นโรเวอส์ อยู่ในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี 2011–12 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ต้องตกชั้นลงไปสู่เดอะแชมเปียนชิป ด้วยอยู่ในอันดับที่ 19 ของตาราง ด้วยคะแนนเพียง 31 คะแนนเท่านั้น[1] [2]

 

ต่อมาในฤดูกาล 2016–17 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ต้องตกลงไปสู่ลีกวัน หรือระดับดิวิชัน 3 ด้วยการจบฤดูกาลที่อันดับที่ 22 แม้นัดสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด ไปได้ถึง 1–3 และแม้จะมีคะแนน 51 คะแนนเท่ากับนอตทิงแฮมฟอเรสต์ แต่ทว่ามีลูกเสียได้น้อยกว่า 2 ลูก ทำให้ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวัน นับเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ต้องลงไปเล่นในระดับลีกวัน

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ( 3 )

และก็เสียผู้เล่นคนสำคัญอย่างอลัน เชียร์เลอร์, โทนี เกล, เดวิด แบ็ทตี้ ทำให้แบล็กเบิร์นโรเวอส์พยายามซื้อนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงอย่างซีเนอดีน ซีดาน แต่ก็ล้มเหลว ก่อนที่ทีมจะตกชั้นลงไปเล่นเดอะแชมเปียนชิปในปี 1998 และแจ็ค วอร์กเกอร์ได้เสียชีวิตด้วยวัย 71 ปี ในปี 2000 และในปี 2001–02 แบล็คเบิร์นสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จพร้อมกับคว้าแชมป์คาร์ลิงคัพ มาครองได้สำเร็จ

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ( 5 )

ในปี 1902 นักเตะต้องจำนำชุดเพื่อนำมาใช้จ่ายแทนค่าจ้าง ขณะที่ สโมสร ฯ เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ ซึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว อีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907 – 1908 ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จ จากความสำเร็จทำให้ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้ายสโมสรจากเดิมที่แบ๊งค์สตรีท ไปอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก็ถูกเปิดใช้เป็นครั้งแรกและคู่แค้นตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูล ก็บุกมาเฉือนพวกเขา 4-3

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ( 4 )

โดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือถ้วยแรกของทีม นิวตัน ฮีท ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุก ๆ สโมสรในขณะนั้น ต่างก็มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เอฟเวอร์ตัน ( 9 )

โดยในฤดูกาล 2010-2011 เดวิด มอยส์ ได้เริ่มซื้อและยืมตัวนักเตะจากสโมสรชื่อดังในต่างๆ ในแต่ละประเทศเข้ามาเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น อริก ดิเออร์ จาก สปอร์ติงลิสบอน , แยน มูค่า นายประตูชาว สโลวาเกีย เป็นต้น โดยนัดแรกมอยส์ออกสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ค่อยดีนัก เมื่อเอฟเวอร์ตันเอาชนะคู่แข่งไม่ได้ถึง 6 นัด ซึ่งเป็นการแพ้ 3 นัดและเสมออีก 3 นัด โดยนัดแรกแพ้ให้กับ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ไป 1-0 ที่ อีวู๊ด พาร์ก และ มาเสมอกับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอส์ ในบ้านของตัวเอง 1-1 แต่มอยส์ก็สามารถสร้างความฮึกเหิมด้วยการยันเสมอ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ กูดิสัน พาร์ก ในนัดที่ 4 ซึ่งเอฟเวอร์ตันสามารถไล่ตามตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบหวุดหวิดด้วยสกอร์ 3-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากประตูของ ทิม เคฮิล และมิเกล อาร์เตตา

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เอฟเวอร์ตัน ( 8 )

เอฟเวอร์ตันมีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆซึ่งในฤดูกาลนี้มีสิ่งที่น่าจดจำคือ หลุยส์ ซาฮา อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิง 2 ประตูให้เอฟเวอร์ตันพลิกชนะเชลซี 2-1 พร้อมกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ แจ็ค ร็อดเวลล์ และ แดน กอสลิ่ง 2 ดาวรุ่งของทีมซึ่งยิงประตูให้ทีมชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 โดยในเกมส์ดังกล่าว ดินิยาร์ บิลยาเลตดินอฟ ได้ทำประตูด้วย ซึ่งทั้งสองเกมส์เกิดขึ้นในสองสัปดาห์ติดกัน